Categories
ข่าวกีฬาฟุตบอล

ต่อให้รักแค่ไหน แต่ยังไงถ้าถ้าคนที่เรารักกำลังเดินผิดทาง

ต่อให้รักแค่ไหน

ต่อให้รักแค่ไหน แต่ยังไงถ้าถ้าคนที่เรารักกำลังเดินผิดทาง หรือทำตัวน่าผิดหวัง ก็ต้องว่ากล่าวตักเตือนกันบ้างล่ะครับ ไม่เว้นแม้แต่ทีมรักอย่างลิเวอร์พูลที่ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังในค่ำคืนที่ผ่านมาเช่นกัน

วางแผนพังๆ

อาจจะบอกว่าเป็นการ “เก่งหลังเกม” ก็ได้ล่ะครับ แต่ในเมื่อผลการแข่งขันมันออกมาแบบนี้ โค้ชอย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ก็ต้องรับผิดชอบผลของการตัดสินใจแบบนี้ไปนั่นแหละ  กับการที่ลิเวอร์พูลเองก็ได้กองหลังธรรมชาติมาเสริมทีมเรียบร้อยแล้ว แถมมีถึง 2 ตัวอย่างโอซาน คาบัค กับ เบน เดวิส เลยด้วยซ้ำ แต่เจอร์เก้น คล็อปป์ก็ตัดสินใจเลือกที่จะใช้กองกลางอย่างเฮนโด้ และฟาบินโญ่มาเล่นกองหลังตัวกลางเหมือนดังเช่นเคย โอเคล่ะครับ เข้าใจได้เลยว่าผู้มาใหม่ต้องมีการปรับตัวแน่นอนอยู่แล้ว แต่มันก็น่าคิดเหมือนกันล่ะครับ ว่าคนที่ฝืนเล่นในตำแหน่งที่ไม่ได้เป็นธรรมชาติของตัวเอง กับ คนที่เพิ่งมาใหม่ แต่เล่นในตำแหน่งนี้มาตลอดแบบนี้ การเลือกแบบไหนมันถูกต้องกว่ากัน ซึ่งจริงๆ แล้ว ถ้าเรามองย้อนกลับไปดูถึงตอนนี้ฟาน ไดค์เพิ่งย้ายมาลิเวอร์พูล เขาเองก็ลงสนามในทันทีเหมือนกัน และก็ไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไรเท่าไรเลย แถมยังเป็นคนโหม่งประตูชัยด้วยซ้ำ ซึ่งตรงนี้ก็ยืนยันได้ล่ะครับ ว่าการเลือกตัดสินใจแบบนี้ก็น่าจะมาจากคล็อปป์เองมากกว่า และกับผลการแข่งขันแบบนี้ก็ต้องบอกกันตรงๆ ล่ะครับ ว่าเขาตัดสินใจผิดจริงๆ เพราะทั้งเฮนโด้และฟาบินโญ่โดนแนวรุกของซิตี้เล่นงานแทบทั้งเกมจนเละเทะไปหมด และกับการเอาสองคนนี้มาเล่นตำแหน่งกองหลังแบบนี้ก็ทำให้เกมแดนกลางของลิเวอร์พูลตกเป็นรองแมนฯ ซิตี้อย่างเห็นได้ชัดเลยด้วย ใครจะไปรู้ล่ะครับ ว่าถ้าเฮนโด้หรือฟาบินโญ่ได้กลับไปเล่นกองกลางอย่างที่ตัวเองถนัด ผลการแข่งขันอาจจะไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ …..

ต่อให้รักแค่ไหน

ไร้พลัง ไร้ความมั่นใจ จนพัง
ไม่รู้ว่าใครจะคิดเหมือนผมหรือเปล่า ….. แต่ลิเวอร์พูล ณ เวลานี้ช่างดูเปราะบางจริงๆ ครับถ้าเกมออกมายังเสมอ 0-0 หรือนำอยู่ก็ยังจะพอเบาใจได้หน่อย แต่เมื่อไรที่พวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลัง หรือ

กระทั่งตอนที่นำอยู่แล้วโดนตีเสมอขึ้นมา ดูเหมือนว่าพวกเขาจะหมดแรง หมดพลังที่จะฮึดสู้ไปเอาทวงประตูคืน หรือเอาประตูชัยไปแล้วจริงๆ ลิเวอร์พูลในตอนนี้ดูเหมือนคนที่กำลังสับสนหลงทาง และเปราะ

บางมากเหลือเกินครับ จริงๆ การเล่นของพวกเขาในวันนี้ก็ต้องบอกว่า “พอใช้ได้” เหมือนกัน แต่ว่าผลการแข่งขันในช่วงที่ผ่านมาดูเหมือนมันยัง “หลอน” พวกเขาอยู่ และดูเหมือนว่ามันยังฝังอยู่ในหัวของพวกเขา

ชนิดที่ว่าหยั่งรากลงไปลึกมากจนสลัดให้ออกไปไม่ได้ง่ายๆ เลยทีเดียว จริงอยู่ครับ พวกเขาเริ่มต้นได้ดี และมารอดตัวไปจากจังหวะการเสียจุดโทษ แต่จากแววตาและภาษากาย และการเล่นในสนามของ

พวกเขา เหมือนกับว่าเสียขวัญและสติแตกไปหมดแล้ว พวกเขาเล่นกันชนิดที่เรียกได้ว่า “ไร้ทิศทาง” จริงๆ ครับ แต่กระนั้นก็ยังโชคดี ที่พวกเขายังได้ประตูตีเสมอจากจังหวะโชคดีแบบสุดๆ จากความผิดพลาด

ของกองหลังแมนฯ ซิตี้ แต่มันก็แค่นั้นล่ะครับ หลังจากนั้นพวกเขาก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้สร้างความอันตรายใดๆ ต่อทีมเรือใบสีฟ้าทีมนี้ได้เลย จนมันเกิดโศกอนาตกรรมกลางแอนฟิลด์อย่างที่เห็นๆ กันนั่นแหละ

ผิดพลาดจนพัง …..
เป็นที่รู้กันอยู่แล้วล่ะครับ ว่าในเกมใหญ่แบบนี้ ไม่มีการอนุญาตให้ผิดพลาดได้อยู่แล้ว ….. แต่ก็แบบที่เห็นกันครับ ลิเวอร์พูลในเกมนี้ก่อความผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า และผิดพลาดแบบไม่ยอมเข็ดหลาบเอาเสียเลย จริงๆ แล้วทางฝั่งแมนฯ ซิตี้เองก็ก่อความผิดพลาดออกมา

แบบน่าเขกกะโหลกเหมือนกันนะครับ จากจังหวะที่รูเบน ดิอ๊าซ ไปพลาดปั๊มบอลผิดจังหวะจนทำให้ซาล่าห์หลุดเดี่ยว จนต้องเสียท่าไปดึงดาวยิงสัญชาติอิยิปต์จนผู้ตัดสินเป่าให้จุดโทษจนทำให้เสียประตู

ตีเสมอในจังหวะนี้  แต่มันจิ๊บจ๊อยไปเลยครับ เมื่อเทียบกับความผิดพลาดที่ลิเวอร์พูลก่อขึ้นในเกมนี้ ทั้งที่พวกเขารอดตัวอย่างเหลือเชื่อจากจังหวะที่ฟาบินโญ่ไปทะเล่อทะล่าดีดลูกหลังไปโดนสเตอริ่งจน

เสียจุดโทษ แต่กุนโดกันกลับยิงจุดโทษพลาดอย่างเหลือเชื่อ แต่พวกเขาก็เหมือนคนเจ็บแล้วไม่จำครับ กลับมาก่อความผิดพลาดจนทำให้เกิดหายนะในเกมนี้ขึ้นมาจากพ่อหมี อลิสซง เบ็คเกอร์ที่อยู่ๆ ก็จ่าย

บอลพลาดไปเข้าทางผู้เล่นทางฝั่งแมนฯ ซิตี้ดื้อๆ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้โดนกดดันอะไรมากมายจากผู้เล่นแมนฯ ซิตี้เลย จนทำให้ทีมตกเป็นฝ่ายตามหลังแบบไม่น่าเกิดขึ้น และหลังจากนั้นไม่นานก็มาผิดพลาดซ้ำ

แบบเดิมอีก จนทำให้ทีมตกตามหลังอย่างสุดกู่ 3-1 ซึ่งกับสถานการณ์ในตอนนี้ที่ทั้งสองทีมฟอร์มการเล่นและความมั่นใจสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยจริงๆ ครับที่ลิเวอร์พูลจะกลับมาได้ในเกมนี้ และสุดท้ายพวกเขาก็โดนตอกตะปูฝังฝาโลงแบบแนบสนิทจากจังหวะที่โดนฟิล โฟลเด้นลากโซโล่ เดี่ยวมาซัดเข้าแสกหน้าอย่างเด็ดขาด เท่ากับว่าเกมนี้พวกเขาแพ้เพราะตัวเองจริงๆ …..


มันจบแล้วจริงๆ ….

จริงอยู่ล่ะครับ ที่ตอนนี้การแข่งขันพรีเมียร์ลีก เพิ่งผ่านเกินครึ่งทางไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น แต่กับสถานการณ์ในตอนนี้คงต้องยอมรับกันจริงๆ ล่ะครับ ว่าประตูของการป้องกันแชมป์สำหรับลิเวอร์พูลแล้ว

น่าจะปิดตายไปแล้วจริงๆ นั่นแหละ ตอนนี้สิ่งที่คล็อปป์และทีมควรทำคือ หาทางกลับเข้าสู่สถานการณ์ที่ควรจะเป็นให้เร็วที่สุดครับ และอาจจะต้องถึงกับเป็นการ “เตรียมความพร้อมสำหรับฤดูกาลหน้า” กันตั้งแต่

ตอนนี้เลยก็ได้ จัดการกับนักเตะใหม่ให้เข้ากับทีมให้ได้เร็วที่สุด และควรจะต้องลดบทาทกับนักเตะที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมเสียที โดย

อาจจะต้องมุ่งเป้าไปที่การแข่งขันที่ยังพอจะมีลุ้นได้บ้างอย่างถ้วย UCL ที่เหลืออยู่นี่แหละครับ ในลีกอาจจะต้องยอมรับและเล่นแค่ประคองไปก่อน และไปเน้นสุดๆ กับ UCL ที่ยังพอจะมีลุ้นมากกว่า

การหมดลุ้นแชมป์แต่เนิ่นๆ แบบนี้คิดๆ ไปก็น่าเจ็บใจและท้อแท้อยู่เหมือนกันล่ะครับ  แต่ถ้ามันทำให้เรารู้ตัวและไปทุ่มเทกับสิ่งที่เหลืออยู่อย่างการเป็นเจ้ายุโรปสมัยที่ 7 และถ้าสุดท้ายมันจบลงแบบนั้น ก็

นับว่าเป็นการปลอบใจแฟนๆ ได้ดีอยู่ล่ะครับ  ฮรี่ๆ  มองโลกในแง่ดีเข้าไว้ครับ ชีวิตยังมีความหวังเสมอ จับมือกันไว้และฝ่าพายุลูกนี้ไปด้วยกันครับ YNWA ครับ ทุกคน แทงบอลออนไลน์

Categories
หุ้น

ดอลล์อ่อนลดลง 0.31% หลังเฟดคงดอกเบี้ย-เดินหน้าทำ QE

เงินนิวยอร์ก : ดอลล์อ่อนลดลง 0.31% หลังเฟดคงดอกเบี้ย-เดินหน้าทำ QE

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 เม.ย.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยและคงวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามคาด นอกจากนี้ เฟดไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะปรับลดมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจ แม้ระบุว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้นก็ตาม

ดัชนีดอลลาร์ ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.31% สู่ระดับ 90.6220 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 108.68 เยน จากระดับ 108.73 เยน และอ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิส ที่ระดับ 0.9100 ฟรังก์ จากระดับ0.9142 ฟรังก์ นอกจากนี้ ดอลลาร์สหรัฐยังอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดา ที่ระดับ 1.2316 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.2407 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ที่ระดับ 1.2123 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2089 ดอลลาร์ ขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 1.3944 ดอลลาร์ จากระดับ 1.3901 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 0.7793 ดอลลาร์ สหรัฐ จากระดับ 0.7765 ดอลลาร์สหรัฐ

คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติเอกฉันท์คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมประกาศว่าจะยังคงซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน

ทั้งนี้ แม้ว่าเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่เฟดยังคงเน้นย้ำแนวทางที่ใช้มาตั้งแต่เดือนธ.ค. 2563 โดยระบุว่า เฟดต้องการเห็นอัตราเงินเฟ้อและการจ้างงานปรับตัวขึ้นสู่เป้าหมายก่อนที่จะตัดสินใจปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตร นอกจากนี้ เฟดระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการจ้างงานมีความแข็งแกร่งขึ้น โดยได้แรงหนุนจากความคืบหน้าในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 และการสนับสนุนด้านนโยบาย

นักลงทุนยังจับตาตัวเลข GDP ไตรมาส 1/2564 ของสหรัฐในวันพรุ่งนี้ ขณะที่ผลการสำรวจนักวิเคราะห์ระบุว่า GDP ของสหรัฐจะขยายตัว 6.1% ในไตรมาส 1 ซึ่งจะเป็นการขยายตัวสูงเป็นอันดับ 2 นับตั้งแต่ไตรมาส 3/2546

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ สมาคมนายธนาคารเพื่อการจำนอง (MBA) ของสหรัฐ เปิดเผยว่า จำนวนผู้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อการจำนองลดลง 2.5% ในสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองปรับตัวลง โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยเพื่อการจำนองแบบคงที่ระยะเวลา 30 ปีสำหรับวงเงินกู้ไม่เกิน 510,400 ดอลลาร์ ปรับตัวลงสู่ระดับ 3.17% จากระดับ 3.20% ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมี.ค., รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนมี.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน ufabet

Categories
หุ้น

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.4853 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.4853 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

อัตราค่ากลางเงินหยวน

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0071 หยวน แตะที่ 6.4853 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน บาคาร่า ufabet

Categories
ดูหนังออนไลน์

รีวิวซีรีย์เกาหลี Kingdom : Ashin Of The North 2021 ที่ลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง

รีวิวซีรีย์เกาหลี Kingdom : Ashin Of The North 2021 ที่ลุ้นระทึกตลอดทั้งเรื่อง

Bukan "Kingdom Season 3", Penulis Naskah Kim Eun Hee Berbagi Detail Tentang  "Kingdom: Ashin Of The North" - iniKpop

ซีรีส์ Kingdom (킹덤) เป็นซีรีส์เกาหลีของ Originals Netflix ซีซั่นแรกได้เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2019 และจบลงด้วยความตื่นเต้นที่ยิ่งใหญ่จนคุณจะต้องตกตะลึงกับฉากจบของมัน แต่น้อยคนที่จะรู้ว่าซีรีส์สร้างมาจากการ์ตูนคอมมิคเรื่อง The Kingdom of the Gods ที่เขียนโดยคิมอึนฮีและวาดภาพโดยยางคยองอิล โดย “Kingdom” หรือชื่อภาษไทย “ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด” เป็นเรื่องราวที่ย้อนกลับไปในประวัติศาสตร์สมัยโชซอนของเกาหลีที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อซอมบี้และมีผู้คนจำนวนหนึ่งที่พยายามหยุดยั้งไม่ให้เกิดโรคระบาดซอมบี้แพร่ไปทั่วโชซอน ซึ่งด้วยคุณภาพของตัวซีรีส์และความนิยมจึงทำให้ซีรีส์เรื่องนี้มีซีซั่นที่ 2 ซึ่งลงจอเมื่อเดือนมีนาคม 2020 และคาดว่าจะมีซีซั่นที่ 3 ในปี 2021 นี้ แต่อาจจะเป็นภาคแยก Kingdom: Ashin of the North ที่มีตัวหลักเป็นนักแสดงสาวชอนจีฮยอนซึ่งเคยปรากฏตัวมาแล้วในซีซั่น 2 ค่ะ

ซีรีส์ Kingdom เป็นซีรีส์แนวการเมืองอิงประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ เป็นซีรีส์ที่มีแค่ 6 ตอนแต่สามารถมอบทุกสิ่งทุกอย่างที่ผู้ชมต้องการได้ หลายคนบอกว่าเมื่อดูซีรีส์เรื่องนี้แล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนกับ Game of Thrones ในเวอร์ชั่นของ Netflix ด้วยภาพที่สวยงาม การออกแบบเครื่องแต่งกาย การสร้างโลกที่แปลกประหลาด การวางอุบายทางการเมืองไปจนถึงฉากแอ็คชั่นและการเดินทางผจญภัยกับอันตรายที่น่ากลัว อย่างไรก็ตามซีรีส์เรื่องนี้ก็มีความแตกต่างจาก Game of Thrones เพราะ Kingdom มีความใกล้เคียงกับประวัติศาสตร์แบบสมจริงมากขึ้น และมีการใช้องค์ประกอบของสมัยโชซอนรวมถึงบอกเล่าถึงภัยพิบัติทางประวัติศาสตร์ที่กวาดล้างผู้คนนับหมื่นในเวลาเพียงสิบวัน การออกแบบเครื่องแต่งกายและชุดทั้งหมดมีพื้นฐานมาจากเสื้อผ้าในประวัติศาสตร์จริงในยุคนั้น ช่วยยกระดับการแสดงให้เหนือกว่าซีรีส์แฟนตาซีส่วนใหญ่ที่เราเคยเห็นในปัจจุบัน แต่ในเวลาเพียง 6 ตอน Kingdom พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า Kingdom เป็นหนึ่งในซีรีส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Netflix

ทำไมต้องดู Kingdom : ผีดิบคลั่ง บัลลังก์เดือด ?

1. มีดาราชั้นนำมาร่วมแสดงอย่างคับคั่ง

ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่ซีรีส์อิงตามประวัติศาสตร์ปกติ ถ้าคุณชอบ Game of Thrones ที่ผสมผสานระหว่าง Train to Busan ซีรีส์เรื่องนี้เหมาะสำหรับคุณ มันมีส่วนผสมที่ลงตัวของคนที่หิวโหยอำนาจกับซอมบี้ผสมผสานกันเล็กน้อย เมื่อคุณได้ดูมันจะทำให้คุณประทับใจและสร้างความประหลาดใจให้คุณไม่น้อย นอกจากนี้ซีรีส์เรื่องนี้ยังมีเหล่านักแสดงที่น่าประดับใจมากมาย

  • จูจีฮุน (องค์ชายลีชาง) ในการกลับมาครั้งนี้จูจีฮุนได้กลับมารับบทเป็นเจ้าชายอีกครั้ง เป็นเจ้าชายที่ไม่ได้ฝักใฝ่ในอำนาจแต่เขามุ่งมั่นจะตามหาความจริงและไม่มีซอมบี้คนใดสามารถหยุดเขาได้ การต่อสู้ของเขาไม่ใช่เรื่องง่าย แต่คุณจะเห็นว่าความพ่ายแพ้ไม่เคยอยู่ในคลังคำศัพท์ของเขา สำหรับจูจีฮุนเขาเคยขโมยหัวใจสาวไทยไปในซีรีส์เรื่อง Princess Hours แต่ขอบอกเลยว่าในเรื่องนี้เราจะได้เห็นบทบาทเขาในเรื่องที่ไกลตัวออกไปจากตอนที่เราเห็นเขาครั้งแรกใน Princess Hours แอบบอกอีกนิดสำหรับใครที่ยังไม่ทราบเขาก็คือพระเอกที่แสดงในเรื่อง Itaewon Class ด้วยนะคะ
  • แบดูนา (ซอบี) แบดูนาเป็นนักแสดงหญิงชาวเกาหลีใต้ที่มีชื่อเสียงมาก เธอมีชื่อเสียงมากจากการปรากฏตัวในภาพยนตร์เรื่อง Cloud Atlas และ Jupiter Ascending ใน Kingdom เธอรับบทเป็นซอบี ผู้ช่วยแพทย์ที่ดูแลโรงพยาบาลชุมชนสำหรับผู้ยากไร้ในหมู่บ้านของเธอ เหตุการณ์พลิกผันอย่างมากเมื่อเกิดโรคระบาดที่แปลกประหลาดและลึกลับ เหตุการณ์นี้บังคับให้เธอต้องหนีเอาชีวิตรอด
  • รยูซึงรยอง (โจฮักจู) ในเรื่องนี้เขารับบทเป็นพ่อที่รักลูกมาก เขาพร้อมจะให้ทุกอย่างเพื่อลูกสาวของเขา ด้วยการแสดงที่โดดเด่นของเขาจะทำให้คุณอารมณ์เสียได้เลย เพราะเขาแสดงได้สมบทบาทเกิน หากคุณเคยหลงรักเขาในเรื่อง Miracle in Cell No. 7 คุณคงเกลียดเขาในเรื่อง Kingdom แน่ ๆ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นนักแสดงที่ไม่ดี แต่เป็นเพราะเขาทำได้ดีมากจนคุณเกลียดเลยแหละ

ข้างต้นเป็นเพียงนักแสดงที่มีบทบาทค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังมีบทบาทและนักแสดงที่มีคุณภาพอีกมากมายที่เราไม่ได้กล่าวถึง บทบาทหนึ่งที่เราขอชมเชยเลยคือบทบาทของราชินีที่แสดงโดยคิมฮเยจุน ขอบอกเลยว่าผู้เขียนไม่เคยเกลียดใครมากขนาดนี้จนกระทั่งได้พบบทบาทของเธอ การแสดงของเธอนั้นดูเรียบ ๆ แต่มันจะทำให้คุณรู้สึกหมั่นไส้เข้าสู่โสตประสาทเลย หากมีคนแบบเธอจริง ๆ บนโลกเธอจะเป็นคนที่คุณจะไม่ยุ่งด้วยอย่างแน่นอน Kingdom

Categories
หุ้น

ดาวโจนส์ปิดลบ 61.92 จุด จับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนฯ

หุ้นนิวยอร์ก : ดาวโจนส์ปิดลบ 61.92 จุด จับตาผลประกอบการบริษัทเทคโนฯ.

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (26 เม.ย.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดทำนิวไฮ ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 เม.ย.นี้ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 33,981.57 จุด ลดลง 61.92 จุด หรือ -0.18% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 4,187.62 จุด เพิ่มขึ้น 7.45 จุด หรือ +0.18% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,138.78 จุด เพิ่มขึ้น 121.97 จุด หรือ +0.87%

หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มที่คำนวณในดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น นำโดยดัชนีหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้น 0.64% โดยหุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 1.94% หุ้นโคโนโคฟิลลิปส์ เพิ่มขึ้น 1.06% หุ้นเอ็กซอน โมบิล บวก 0.23%

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น ก่อนที่บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้ โดยหุ้นเทสลา ดีดขึ้น 1.21% หุ้นแอมะซอน พุ่งขึ้น 2.04% หุ้นแอปเปิล บวก 0.30% หุ้นเฟซบุ๊ก ปรับตัวขึ้น 0.63% หุ้นอัลฟาเบท บวก 0.43%

รายงานระบุว่า ขณะนี้ บริษัท 25% ในดัชนี S&P 500 ได้เสร็จสิ้นการรายงานผลประกอบการในไตรมาส 1 แล้ว โดยมีจำนวน 84% ที่รายงานตัวเลขกำไรเป็นบวก ขณะที่ 77% รายงานรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้

หุ้นกลุ่มธุรกิจบล็อกเชนพุ่งขึ้น หลังราคาบิตคอยน์ดีดตัวทะลุระดับ 53,000 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ ขานรับข่าวที่ว่าเจพีมอร์แกนเตรียมจัดตั้งกองทุนบิตคอยน์สำหรับลูกค้าในธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง โดยหุ้น Riot Blockchain พุ่งขึ้น 6.26% หุ้น Marathon Patent เพิ่มขึ้น 5.7% หุ้น Silvergate Capital บวก 0.76%

หุ้นจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ปรับตัวลง 0.8% แม้มีรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐได้ตัดสินใจยกเลิกคำแนะนำให้ระงับใช้วัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสันแล้ว เนื่องจากมีข้อมูลบ่งชี้ว่า วัคซีนดังกล่าวมีประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงในการใช้กับประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 27-28 เม.ย. ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นเอาไว้ที่ระดับใกล้ 0% และเดินหน้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) อย่างน้อย 1.2 แสนล้านดอลลาร์/เดือน

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยล่าสุดเมื่อคืนนี้ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐ เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนมี.ค. หลังจากลดลง 0.9% ในเดือนก.พ.

ทางด้านเฟดสาขาดัลลัสเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีภาคการผลิตรัฐเท็กซัสร่วงลงสู่ระดับ 34 จุดในเดือนเม.ย. หลังจากพุ่งแตะระดับ 48.0 ในเดือนมี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลเมื่อ 17 ปีก่อน อย่างไรก็ดี ดัชนียังคงมีค่าเป็นบวก ซึ่งบ่งชี้ถึงการขยายตัวของภาคการผลิตในเท็กซัส

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ ราคาบ้านเดือนก.พ.จากเอสแอด์พี/เคส-ชิลเลอร์, ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จาก Conference Board, จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2564 (ประมาณการเบื้องต้น), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนมี.ค., รายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลเดือนมี.ค., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนมี.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนเม.ย.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน แทงบอลออนไลน์

Categories
หุ้น

หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.59 จุด วิตกยอดติดเชื้อโควิดพุ่งทั่วโลก

หุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดลบลดลง 0.59 จุด วิตกยอดติดเชื้อโควิดพุ่งทั่วโลก

ตลาดหุ้นยุโรปปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (23 เม.ย.) และลดลงเป็นสัปดาห์แรกในรอบ 8 สัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่พุ่งขึ้นทั่วโลก ซึ่งได้บดบังปัจจัยบวกจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของยูโรโซน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 439.04 จุด ลดลง 0.59 จุด หรือ -0.13%

ดัชนี CAC 40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 6,257.94 จุด ลดลง 9.34 จุด หรือ -0.15% และดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 15,279.62 จุด ลดลง 40.90 จุด หรือ -0.27% ส่วนดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,938.56 จุด เพิ่มขึ้น 0.32 จุด หรือ +0.00%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลง 0.8% ในรอบสัปดาห์นี้ เนื่องจากนักลงทุนขายหุ้นออกมาจากความวิตกเกี่ยวกับจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยอินเดียรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันพุ่งสูงสุดในโลกเป็นวันที่สองในวันศุกร์ และญี่ปุ่นประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงโตเกียวและอีก 3 จังหวัดแล้ว หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บรรยากาศการซื้อขายยังถูกกดดันหลังจากมีรายงานข่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนของสหรัฐวางแผนที่จะปรับขึ้นภาษีกำไรจากการลงทุน (capital gains tax)

หุ้นกลุ่มปลอดภัย อาทิ กลุ่มเฮลธ์แคร์และกลุ่มผู้บริโภคปรับตัวลงมากที่สุด แต่หุ้นกลุ่มเหมืองแร่ปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

ตลาดหุ้นยุโรปไม่ได้รับแรงหนุน แม้มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจของยูโรโซนที่แข็งแกร่งก็ตาม โดยไอเอชเอส มาร์กิตซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลทางการเงินเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิต-บริการเบื้องต้นของยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 53.7 ในเดือนเม.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน เพิ่มขึ้นจากระดับ 53.2 ในเดือนมี.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากภาคการผลิตที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ดัชนี PMI อยู่เหนือระดับ 50 ซึ่งหมายความว่า กิจกรรมของภาคธุรกิจในยูโรโซนยังคงขยายตัว บาคาร่า

Categories
Uncategorized

รีวิว After 2019 (Netflix) หนังรักพล็อตนิยายแจ่มใส! ดูละแอบเคลิ้มกับพระเอก!!

รีวิว After 2019 (Netflix) หนังรักพล็อตนิยายแจ่มใส! ดูละแอบเคลิ้มกับพระเอก!!

 After (2019)

มาอีกแล้วสำหรับหนังแนวโรมานซ์ของ Netflix ซึ่งเป็นแนวถนัด พอจะคาดหวังได้ สำหรับ After 2019  นี้ตอนแรกเราเห็นตัวอย่างแล้วเฉยๆ ไม่ได้รู้สึกว่าแปลกใหม่อะไร ดูพล็อตธรรมดา โรแมนติกดราม่า แต่ได้ยินเสียงรอบด้านบอกว่าแม้พล็อตจะเฉยๆ แต่ก็สนุกดี มีความเป็นนิยายแจ่มใสฉบับผู้ใหญ่ ความเป็น 50 Shades of Grey ฉบับเด็กวัยรุ่น ก็ว่ากันไป เราเลยลองกดดู

After เล่าเรื่องของเทสซา (Josephine Langford) หญิงสาวเรียบร้อยที่ต้องย้ายเมืองไปเรียนมหา’ลัยปีแรก เธออยู่กับแม่มาตลอด โดยมีโนอาห์ (Dylan Arnold) เป็นแฟนที่รู้จักกันมาตั้งแต่ 5 ขวบ (เอ่อ…) เมื่อเธอเข้าสังคมมหา’ลัย ก็ได้เจอกับกลุ่มเพื่อนใหม่ที่จะเรียกว่าเพื่อนก็เรียกไม่ได้เต็มปาก เอาเป็นว่าพวกเขามีชีวิตที่ค่อนข้างต่างจากเทสซา นั่นคือเป็นกลุ่มแก๊งที่ชอบปาร์ตี้ในขณะที่เทสซาจะเป็นเด็กเนิร์ดอ่านหนังสืออยู่บ้าน แต่แล้วเทสซาก็ได้เจอกับฮาร์ดิน (Hero Fiennes Tiffin) หนุ่มหล่อลุคแบดบอยที่แวบแรกเธอไม่ถูกชะตาเอาซะเลย แต่ไปๆ มาๆ พอได้มาใกล้ชิดกัน เธอก็โดนเสน่ห์ความหล่อความละมุนครอบงำเข้าเต็มๆ จนเผลอสานสัมพันธ์ แต่แล้วโนอาห์ล่ะเธอจะทำยังไง? แล้วฮาร์ดินเป็นคนดีจริงๆ รึเปล่า?

นี่มันพล็อตนิยายแจ่มใส!

อ่านแค่นี้ ก็รู้สึกแล้วว่านี่มันพล็อตนิยายแจ่มใสชัดๆ ไม่ว่าจะเป็นตัวละครวัยรุ่นแนวสาวเนิร์ดกับหนุ่มแบดบอย, ความสมเหตุสมผลที่บางจุดก็เบาบางชวนเอ๊ะ หรือ พล็อตเรื่องที่เน้นเส้นความสัมพันธ์เป็นพิเศษ เรียกง่ายๆ ว่าวันๆ ตัวละครไม่ต้องทำอะไร ว้าวุ่นกับเรื่องรักอย่างเดียว เรื่องรงเรื่องเรียนเหรอไม่เหลือหัวให้คิดหรอก เอาเป็นว่าตัวหนังโฟกัสไปที่ความสัมพันธ์ของพระนางเป็นหลัก เรียกได้เต็มปากว่าหนังรักจริงๆ

พอไปสืบค้นที่มาของหนัง ก็ได้รู้ว่าจริงๆ แล้ว After เคยเป็นนิยายมาก่อน ถ้าให้สืบสาวไปยาวกว่านั้นอีกก็คือ เรื่องนี้เคยอยู่บน Wattpad มาก่อน ถ้าใครไม่รู้จัก มันคือแพลตฟอร์มนิยายคล้ายๆ เด็กดีบ้านเรานั่นแหละ พอเรากดเข้าไปดูแล้วอ่านสำนวนคร่าวๆ โอ้โห ฟีลแจ่มใสมาเลย แค่ไม่มีอีโมติคอนแค่นั้นแหละ

Good Girl Gone Bad. Nice Guy is Too Boring.

มาว่ากันที่ตัวละคร ตัวนางเอกอย่างเทสซานั้น เรียกได้ว่าเป็นต้นแบบคลาสสิกของนิยายแจ่มใส คือเป็นเด็กสาวไม่รู้เดียงสา ใสๆ เนิร์ดๆ ชีวิตเรียบง่าย ไม่เที่ยวไม่ปาร์ตี้ ชอบอ่านหนังสือ คือเป็นตัวแทนของผู้หญิงหลายๆ คนเลย แต่แล้วเมื่อเจอฮาร์ดิน เธอก็ค่อยๆ เปลี่ยนไป จากตอนแรกดูไม่ประสีประสา ตอนหลังๆ เป็นฝ่ายรุกพระเอกเฉย จนเราอดคิดไม่ได้ว่านางยังซิงแน่ๆ รึเปล่าวะ 555 คือเปลี่ยนไปมากจริงๆ ดูกล้าเสี่ยงขึ้น คงเพราะไม่อยากใช้ชีวิตอยู่ในกรอบที่แม่วางไว้อีกต่อไปแล้ว

และนี่คงเป็นความนัยของชื่อหนัง After ที่แปลว่า “หลังจากนั้น” ในแง่นี้คือ หลังจากที่เจอฮาร์ดิน ชีวิตของเทสซาก็กลายเป็นนิยายที่เดาทางไม่ได้ จากก่อนหน้านั้นมีการวางแผนมาตลอด พอเจอฮาร์ดิน เธอเดาอะไรไม่ออกเลย ส่วนหนึ่งคงเพราะฮาร์ดินเองที่ทำตัวลึกลับ แต่อีกส่วนก็คือเธอพร้อมที่จะสยายปีกออกบินเองแล้ว

ทางด้านพระเอกอย่างฮาร์ดิน สิ่งที่โดดเด่นมากกกกคือความหล่อเข้าขั้นเทพ และสำเนียงบริติชที่โคตรจะเท่ เป็นองค์ประกอบพระเอกแบดบอยที่โคตรเหมือนหลุดมาจากนิยาย ตอนเจอนางเอกช่วงแรกๆ ก็ยังเก๊กๆ ไว้เชิง แต่ช่วงหลังๆ นี่ตามตื๊อสุด มีโมเม้นต์ละมุนๆ หลายจุด ที่เราชอบคือฮาร์ดินเป็นหนอนหนังสือเหมือนนางเอกด้วย ซึ่งเราว่าจุดนี้น่าจะประทับใจนางเอกไม่น้อย เพราะการจะหาผู้ชายสักคนที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนตัวเอง แถมชอบอ่านนิยายด้วยนะ เป็นอะไรที่แรร์มาก ภารกิจความยากเลเวลสิบมากๆ

ที่ฮาร์ดินดูเป็นเด็กมีปัญหา ก็เพราะเขามีปัญหาจริงๆ นั่นก็คือปัญหาครอบครัว ฮาร์ดินดูจะไม่ค่อยถูกกับพ่อเท่าไร เพราะตอนเด็กๆ พ่อไปมีเรื่องทำให้แม่โดนทำร้าย แล้วนี่พ่อยังทิ้งแม่มาแต่งงานใหม่กับแม่ของเพื่อนนางเอกอีก ก็คงเป็นธรรมดาละมั้งที่ฮาร์ดินจะรู้สึกเคืองพ่อตัวเอง และส่งผลให้เขาหมดศรัทธาในรัก จนกระทั่งมาเจอนางเอกที่จูนกับเขาติด

ตัวละครอีกตัวที่อยากพูดถึงคือโนอาห์ แฟนเก่าของเทสซา เขาเป็นรุ่นน้องที่ไฮสคูล แต่ตอนแรกเทสซาแนะนำเพื่อนใหม่ว่าเป็นรุ่นพี่ที่ไฮสคูล (เดาว่าถ้าบอกว่าเป็นรุ่นน้อง จะดูไม่เป็นผู้ใหญ่ต่อหน้าเพื่อนใหม่ รึเปล่า) แต่เอาเป็นว่าขณะที่เทสซาเรียนมหา’ลัย โนอาห์ก็ยังเรียนอยู่ไฮสคูล เขาถือเป็นไนซ์กายในอุดมคติของสาวหลายๆ คน คอยไปรับไปส่ง คอยถือของ คอยส่งข้อความเป็นห่วงหา คือแบบคนดีมากๆ ถึงอย่างนั้น ตอนที่รู้ว่าเทสซากับโนอาห์เป็นแฟนกัน เราไม่ค่อยรู้สึกถึงเคมีของทั้งคู่ในรูปแบบแฟนเท่าไร มันไม่มีความโรมานซ์เหมือนเวลาเทสซาอยู่กับฮาร์ดิน ความรู้สึกมันเหมือนคู่พี่ชายน้องสาว หรือ เพื่อนสนิทกันมากกว่า ก็นะ รู้จักกันมาตั้งแต่ 5 ขวบละอะคิดดู แล้วก็เป็นผู้ชายคนเดียวที่เทสซารู้จักมาตลอด

แต่ความไนซ์ของโนอาห์นี่เป็นเรื่องน่าเศร้าตรงที่ว่ามันอาจจะเข้าข่ายน่าเบื่อเกินไปสำหรับผู้หญิงบางคน รวมถึงนางเอกที่เมื่อเจอฮาร์ดินแล้วก็เหมือนจะลืมโนอาห์เป็นปลิดทิ้ง อยากไปเล่นกับไฟอย่างฮาร์ดินมากกว่า อีกหนึ่งเหตุผลคงเป็นเพราะรักแท้มักแพ้ระยะทาง แม้จะผูกพันกันแค่ไหนแต่เมื่อไปเจอคนใหม่ที่สปาร์กกว่า มันก็คงอดไม่ได้ที่จะแอบชิมนิดตอดหน่อย ไหนๆ อีกฝ่ายก็ไม่รู้อยู่แล้ว เป็นความสัมพันธ์อันตื่นเต้นที่เทสซาไม่เคยประสบพบเจอมาก่อน ดูหนังออนไลน์

Categories
Uncategorized

นิกเกอิเปิดลบ 249.05 จุด ตามดาวโจนส์ร่วงจากข่าวขึ้นภาษี

หุ้นโตเกียว : นิกเกอิเปิดลบ 249.05 จุด ตามดาวโจนส์ร่วงจากข่าวขึ้นภาษี

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวเปิดลบในวันนี้ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้หลังมีรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐจะเสนอปรับขึ้นภาษีกำไรจากการลงทุน (capital gains tax) เพิ่มขึ้นอย่างมาก

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนีนิกเกอิเปิดตลาดที่ระดับ 28,939.12 จุด ลดลง 249.05 จุด หรือ -0.85%

หุ้นที่ปรับตัวลงในช่วงเช้านี้นำโดยกลุ่มเครื่องจักร, กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มข้อมูลและการสื่อสาร สมัครบาคาร่า

 

Categories
Uncategorized

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.4902 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

จีนกำหนดอัตราค่ากลางเงินหยวนแข็งค่าขึ้นวันนี้ที่ 6.4902 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

อัตราค่ากลางเงินหยวน

China Foreign Exchange Trading System (CFETS) รายงานว่า อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนในวันนี้แข็งค่าขึ้น 0.0144 หยวน แตะที่ 6.4902 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐ

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ในตลาดปริวรรตเงินตราต่างประเทศของจีนนั้น เงินหยวนได้รับอนุญาตให้ปรับตัวขึ้นหรือลงไม่เกิน 2% จากอัตราค่ากลางของการซื้อขายแต่ละวัน

ทั้งนี้ อัตราค่ากลางสกุลเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อิงกับราคาเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก ก่อนที่ตลาดอินเตอร์แบงก์จะเปิดทำการซื้อขายในแต่ละวัน ทางเข้า ufabet

Categories
Uncategorized

รีวิวหนัง Sherlock Holmes (2009) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก

รีวิวหนัง Sherlock Holmes (2009) เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก

Sherlock Holmes (2009)

Sherlock Holmes (2009) ในฐานะแฟนโฮล์มส์คนหนึ่ง ยอมรับค่ะว่าอยากเห็นโฮล์มส์ขึ้นจอใหญ่อยู่ เคยนึกเล่นๆ ว่าอยากให้ John Cusack เป็นโฮล์มส์ 555 (สมัยนั้นกำลังชอบพี่แกจาก Grosse Pointe Blank แล้วก็ High Fidelity) ขณะเดียวกันในใจก็มีคำถามเล็กๆ ว่า คนทำหนังจะสร้างมันยังไงให้ออกมาน่าสนใจสำหรับนักดูหนังยุคใหม่ที่ไม่ใคร่จะสนใจหนังย้อนยุคเหมือนแต่ก่อน อีกทั้งหนังกับซีรี่ส์สืบสวนในยุคนี้ก็มีออกมาจนเกร่อ เอาแค่ CSI ก็มีให้ดูกันจนสาใจ ทั้ง Vegas, Miami แล้วก็ New York และอีกเป็นโหล

โจทย์ใหญ่คือ จะทำยังไงให้นักสืบยุควิคตอเรียนกลับมาครองใจคนยุคอินเตอร์เน็ตได้

แล้วทีมงานล่าสุดก็จัดแจงสร้างคำตอบด้วยสมการง่ายๆ ค่ะ เอาของเก่าที่ดีมาบวกกับของใหม่ที่ขายได้ รวมมิตรสร้างจุดขายเพื่อความบันเทิงแบบเต็มที่ ไม่ว่าจะดาราดีๆ อารมณ์ขัน แอ็กชัน และบทที่ซ้อนปมหลายทบ แต่ก็ไม่ได้หนักจนสมองมึนหลังดูจบ

ปฏิเสธไม่ได้ว่าโฮล์มส์กับหมอวัตสันในเรื่องนี้ต่างกับต้นฉบับที่ท่านเซอร์ Arthur Conan Doyle ให้กำเนิดไว้หลายอย่าง แต่รู้ไหมค่ะ… แอดมินชอบแฮะ ด้วยเหตุผล 3 ประการ

อย่างแรก
หนังสนุก เนื้อหาไหลลื่น ตื่นเต้น น่าติดตาม การคลายปมจังหวะต่างๆ ก็โอเค
แม้จะไม่ถึงกับสุดยอดไร้ที่ติ แต่ในแง่หนังบันเทิงสักเรื่อง… ผ่านสบายๆ ค่ะ แนะนำให้ดูได้เลย

อย่างที่สอง
หัวใจและวิญญาณของโฮล์มส์สมัยนิยาย ยังไม่หายไปไหนค่ะ

… ลอร์ดแบล็ควู้ด (Mark Strong) ตัวร้ายของเรื่องพูดไว้ว่า “มองให้กว้างไว้ คุณโฮล์มส์” แม้เขาจะบอกโฮล์มส์ แต่แอดมินรู้สึกว่าเขาพูดถึงคนดูอย่างเราๆ ด้วย… เพราะถ้าเรามองจำกัดบนกรอบเดิมๆ โฮล์มส์ฉบับนี้คงไม่ต่างอะไรจากหนุ่มแปลกหน้าที่พยายามบอกว่าตัวเองคือนักสืบคาบไปป์แห่งสมัยวิคตอเรียน

… แต่ถ้ามองอีกมุม… เราจะเห็นเค้าวิญญาณดั้งเดิมของนิยายโฮล์มส์อยู่ในหนังเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะการเป็นคนคิดนอกกรอบ, มองจากหลักฐานเล็กๆ แล้วขยายผลไปสรุปในภาพใหญ่, การกระตุ้นให้คนช่างสังเกต, การปลุกให้คนกล้าที่จะพิสูจน์ในสิ่งสงสัย ไม่ใช่นั่งตีขลุมสรุปแบบคิดเอาเอง ไม่ว่าจะเรื่องคดีฆาตกรรม หรือเรื่องการเชื่ออย่างงมงายในเรื่องเหนือธรรมชาติต่างๆ… ทำให้เราหลุดพ้นจากความกลัวได้

ไหนจะทักษะการปลอมตัวระดับเจ๋งๆ และที่ลืมไม่ได้คือความสามารถในการผูกมิตรกับคนจรจัด ซึ่งคาดว่าถ้ามีภาคต่อไป การผูกมิตรกับคนเหล่านี้น่าจะทำให้โฮล์มส์ทำงานได้ง่ายกว่าเดิม

โดยเฉพาะทฤษฎีแมลงวันนั่น… ใช่เลยค่ะ นั่นน่ะจุดที่แอดมินรักที่สุดของนิยายโฮล์มส์เลยล่ะ… (ของแบบนี้ไว้ว่ากันอีกทีตอนท้ายค่ะ เพราะติดสปอยล์)

อย่างที่สาม
สิ่งเล็กๆ ค่ะ… สิ่งเล็กๆ ในหนัง

แอดมินได้ยินมาว่าคนส่วนใหญ่บ่นว่าช่วงแรกของหนัง น่าเบื่อ อืด ยืด เรื่อยไปไหนก็ไม่รู้ กว่าจะเข้าเรื่องก็ปาเข้าไปเกือบชั่วโมง… ถ้าเรามองภาพรวม มันดูเหมือนจะเรื่อยๆ จริงค่ะ …

ทว่าถ้ามองสิ่งเล็กๆ แต่ละอย่างที่ร้อยเรียงในแต่ละฉากให้ดี มันจะนำมาสู่ภาพรวมที่กว้างใหญ่ขึ้นได้…

ทำไมโฮล์มส์ถึงตอบสนองต่อผู้หญิงไม่ดีนัก…

ทฤษฎีแมลงวันของโฮล์มส์…

การทดลองแบบจับหมามานอนตาย…

คราบชอล์กที่ชุดของตัวละครลึกลับรายหนึ่ง…

ชายหน้าบากที่พุ่งไปขอเงินจากชายลึกลับคนนั้น…

ฯลฯ….

เล็กๆ น้อยๆ พวกนี้แหละค่ะที่ทำให้แอดมินรู้สึกสนุกตอนดูหนัง และยิ่งรู้สึกว่าหนังมี “อะไร” มากขึ้น เมื่อดูจบ

สรุปคร่าวๆ ก็คือแอดมินชอบค่ะ หนังดูสนุก คอหนังสืบสวนน่าจะโอเค ด้านบท เนื้อหาถือว่าสนุกสนานผ่านเกณฑ์ ดาราก็เล่นกันดี และดูจากรายได้เปิดตัวก็น่าจะมีภาคต่อตามมาแน่ๆ แต่ถ้าถามว่ามันยอดมากๆ เลยไหม ก็ตอบได้ว่า ยังไม่ขนาดนั้นค่ะ ยังมีจุดพร่องบ้าง ขาดบ้างเกินบ้าง แต่ก็พอจะมองข้ามไปได้

ทีนี้ก็จะเข้าเขตที่มีการสปอยล์แพลมๆ เป็นระยะๆ แล้วนะค่ะ ถ้าไม่อยากทราบอนุญาตให้ข้ามไปอ่านดาวแถวล่างสุดได้ค่ะ ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด

อย่างที่บอกค่ะ โฮล์มส์ภาคนี้อาจไม่ใช่สุดยอดหนังสืบสวน และไม่ใช่หนังที่เด็ดเทียบได้กับพวก The Dark Knight แต่โดยมาตรฐานแล้วมันก็มีดีน้องๆ Batman Begins หรือ Spider-Man กล่าวคือ สนุกตามมาตรฐานหนังภาคแรก และเผื่ออะไรดีๆ ไว้ไปปล่อยของอีกทีในภาคต่อ

จุดที่ถือว่าเด่นมากของหนังก็ต้องยกให้ลีลาของ Robert Downey Jr. พ่อพระเอกที่ใส่ลีลากวนบาทา ฉลาดหัวไว ฮาและจริงจังเข้าไว้ด้วยกันอย่างพอดี เป็นโฮล์มส์เวอร์ชั่นมันส์กับชีวิต ไม่ได้มันส์แบบสุขุมแบบในนิยาย ซึ่งก็จัดว่าเข้ากับโทนหนังดีล่ะค่ะ ยิ่งได้ดนตรีสไตล์ไอริชใส่ลงมาด้วย ก็ม่วนตามแบบฉบับโฮล์มส์สู้ฟัดได้พอดี

ส่วน Jude Law ก็ฉีกภาพหมอวัตสันผู้น่ารัก ลูกคู่ของโฮล์มส์ กลายเป็นหมอวัตสันเวอร์ชั่นหนุ่มแน่นที่ซ่อนสัญชาตญาณผจญภัยไว้ในบุคลิกนิ่มๆ ประมาณว่าใจหนึ่งก็คิดว่าอยากอยู่อย่างสงบ อยากมีครอบครัวเสียที แต่อีกใจ พอเจอนายโฮล์มส์มากระตุ้นด้วยหลักฐานก็อดไม่ได้ที่จะออกไปลุยกับเพื่อนซี้แทบทุกรอบ

โดยส่วนตัวแอดมินก็ชอบหมอวัตสันแบบใหม่อยู่นะ แต่อย่าถามว่าแบบเก่าหรือใหม่ที่ไฉไลกว่า เพราะมันโอเคกันคนละแบบ อย่างฉบับใหม่นี่ก็จัดว่าดีสำหรับการปูคาแร็คเตอร์ที่สามารถต่อยอดได้ในภายภาคหน้า เป็นการเพิ่มมิติให้ตัวละครน่ะค่ะ

ดังนั้นวิธีง่ายๆ สำหรับคอนิยายที่อยากดูเวอร์ชั่นหนังให้สนุกก็คือ ไม่ต้องไปเปรียบอะไรให้มากมายค่ะ ของเก่ามีดี คลาสสิกระดับเทพก็ขึ้นหิ้งไว้ เก็บความปลื้มไว้ต่อไปได้ ส่วนของใหม่ที่พ่อ Guy Ritchie แกปรุงออกมา ก็คิดเสียว่าเป็นของใหม่ที่อัพเดตและอัพเกรดให้ฉับไว เข้าสมัยมากขึ้น

Rachel McAdams ก็มาเป็นแม่สาวร้ายไอรีน แอดเลอร์ได้น่ารัก น่าหยิกดี ส่วน Mark Strong ก็เหมาะกับบทลอร์ดมืด แบล็กวู้ดอยู่เหมือนกัน สองคนนี้บทไม่มาก แต่ก็เสริมรสชาติให้หนังได้ดี แต่คนที่บทน้อยไปนิดก็คือสารวัตรเลสเตรด (Eddie Marsan) ที่ไม่ค่อยได้มาโว ไม่ค่อยมาสร้างความปวดตับให้กับโฮล์มส์สักเท่าไร แต่ก็เข้าใจล่ะค่ะ แค่นี้ตัวละครก็ล้นจอแล้วล่ะ

องค์ประกอบทั้งหลายในหนังนั้นแอดมินชอบนะ มันเข้ากับสไตล์ที่หนังเป็น ลงตัวในแบบของมันน่ะค่ะ ซึ่งคงต้องแล้วแต่คนชอบ ส่วนกระแอดมินนั้น ที่ค่อนข้างชอบหนังเวอร์ชั่นนี้ก็เพราะหนังไม่ลืมที่จะเอาสิ่งดีๆ จากนิยายของโฮล์มส์ (หรือที่แอดมินเรียกว่า วิญญาณแห่งโฮล์มส์ที่แอดมินชอบ) มาเป็นแกนหลัก

บอกตามตรงว่าลีลาของโฮล์มส์ หรือการสืบคดี หรือแม้แต่การหักมุมอะไรแอดมินก็ไม่ห่วงหรอกค่ะ มันทำได้ไม่ยาก แต่การนำเอาจุดที่แอดมินโปรดมากๆ จากนิยายโฮล์มส์มาลงจอนี่แหละที่สำคัญสุด… โชคดีที่หนังเรื่องนี้ก็มีด้วย

ทีเด็ดของโฮล์มส์ที่มีเหนือนิยายเรื่องอื่นๆ คือ การปลุกเซลล์สมองคนอ่านให้ตื่น รู้จักสังเกตสิ่งต่างๆ และมีความเป็นนักวิทยาศาสตร์เบ่งบานขึ้นในตัว

ที่สำคัญที่สุดคือ การปลดปล่อยตัวเอง ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของความเชื่อ (สอนให้ใช้สมอง) และไม่ปล่อยให้ตัวเองถึงทางตัน (โดยการโยกสมองไปคิดมุมอื่น ในกรณีที่มุมนี้คิดแล้วมันไปไม่รอด)

อย่างใน The Hound of The Baskervilles หรือ หมาผลาญตระกูล นิยายโฮล์มส์ตอนที่ครองใจแอดมินและนักอ่านอีกหลายๆ คน ซึ่งสำหรับแอดมินแล้ว มันโดนใจก็เพราะ มันสอนให้เราฉลาดที่จะเชื่อ สอนให้คิด ไตร่ตรอง ใช้สมองใคร่ครวญก่อนจะเชื่ออะไรลงไป

สิ่งที่แอดมินประทับใจเกี่ยวกับโฮล์มส์คือ เขาไม่ได้สอนให้เราต่อต้านอะไร แค่สอนให้คิดสักนิด ในเรื่องที่สำคัญๆ เรื่องที่จะมีผลต่อชีวิต ต่อสังคม ต่อโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่มีอิทธิพลต่อการคิด การตัดสินใจ… เรื่องเกี่ยวกับความกลัว…

ความกลัว… คือสิ่งที่มีหลายมุมให้เราใส่ใจ ในแง่หนึ่ง ธรรมชาติทำให้คนมีความกลัวก็เพื่อหลีกเลี่ยงอันตราย รักษาชีวิตเราและคนอื่น มุมนั้นไม่เป็นไรค่ะ เรามีมันเป็นกลไกป้องกันตัวตามธรรมชาติ เหมือนมีจมูกไว้หายใจ มีขาไว้เดิน

แต่เมื่อไรที่ความกลัวขึ้นขี่หลังเรา ข่มเรา ทำให้เราตัดสินใจผิดพลาดคลาดเคลื่อน หรือหลงงมงายจนทำลายสติ ก็เหมือนจมูกเราหายใจผิดจังหวะ หรือขาก้าวไม่ได้ตามใจคิด… เมื่อนั้นแหละที่เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อปรับ แก้ไขมัน

และโฮล์มส์ตอนนี้ก็มีแกนหลักเหมือนกับโฮล์มส์ตอนโปรดของแอดมินนั่นแหละค่ะ เป็นอีกครั้งที่วายร้ายใช้อาวุธที่ทรงอานุภาพที่สุดในโลกชนิดนี้

หนังมีการเปรียบเปรยแบบเรื่องดังกล่าว ผ่านทางสิ่งนี้…

ทฤษฎีแมลงวัน

ในเรื่องโฮล์มส์ทำการทดลองดีดไวโอลินทีละโน้ต และเขาก็พบว่ามีอยู่คีย์หนึ่งที่ส่งผลให้เจ้าพวกแมลงวันบินวนเป็นขบวน

สรุปได้ว่าคลื่นเสียงที่เหมาะสม คุมทิศทางการบินแมลงวันได้… เป็นเหมือนกุญแจบงการชีวิตของพวกมัน

ในขณะที่โฮล์มส์กำลังตื่นเต้นกับการค้นพบนี้ ตัวร้ายอย่างลอร์ดแบล็ควู้ดไปได้ไกลกว่านั้นค่ะ… เขาเจอกุญแจบงการชีวิตมนุษย์ดอกเบ่อเริ่ม… คลื่นแห่งความกลัวและคลื่นแห่งความเชื่อนี่เอง

ทั้งหมดที่เขาทำคือกระบวนการดีดไวโอลินพิฆาตโลก วางแผนตะล่อมให้คนกลัว ก่อนจะปิดท้ายด้วยการสร้างสถานการณ์ให้ใครๆ เชื่อว่าเขาคือจอมอาคมที่อยู่เหนือความตาย และยังสั่งให้ใครต่อใครตายได้ตามต้องการ… และเขาก็เจอโฮล์มส์กล้าเอาไวโอลินไปเคาะกบาลเข้าให้ จนแผนกระเจิง…

โฮล์มส์ทำสิ่งที่ง่ายที่สุดสำหรับการไขปัญหาค่ะ แค่พิสูจน์และสังเกตอย่างมีสติ เหมือนคนกลัวว่าในความมืดตรงมุมห้องจะมีผีเพราะเห็นมีเงาตะคุ่มๆ ก็ตัดสินใจเดินไปซะ เอาให้เห็นกะตาว่าอะไรเป็นอะไร แล้วเดี๋ยวความกลัวก็ลดลง ความกระจ่างจะมาแทนที่

แง่คิดง่ายๆ แต่มีคุณค่าที่โฮล์มส์ทั้งเวอร์ชั่นนิยายและเวอร์ชั่นหนังบอกก็คืออันนี้แหละค่ะ มีสติ ไตร่ตรองก่อนจะเชื่อ และอย่าลืมตรวจสอบให้ดีว่านาทีนี้เรากำลังโดนใครดีดไวโอลินใส่ เข้าคุม ขึ้นขี่หลัง หรือทำให้เชื่อแบบหัวปักหัวปำอยู่หรือเปล่า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเชื่อหรือการเชื่อที่สามารถลุกลามไปสร้างความเสียหายให้ชีวิตหรือสังคมอย่างที่ลอร์ดแบล็ควู้ดทำเนี่ย ต้องระวังให้ดี เพราะถ้าเชื่อเมื่อไรบ้านเมืองเป็นไฟเมื่อนั้น

ถ้าไม่มีโฮล์มส์… สงสัยโลกในหนังคงจะจบสิ้นอย่างที่ลอร์ดแบล็ควู้ดบอกจริงๆ น่ะแหละ เพราะใครต่อใครพากันเชื่อโดยไม่ต้องหาคำตอบว่าลอร์ดแบล็ควู้ดแกคืนชีพแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์

ตรวจตราความคิดให้ดีนะค่ะแอดมิน อะไรที่เกาะกิน อะไรที่เราเชื่อแล้วทำให้เสียหายทั้งกายใจและทรัพย์สิน ก็ควรมองให้ดีค่ะ อย่าปล่อยตัวให้เป็นแมลงวันที่ทำตามพลังคลื่นโดยไม่โต้แย้ง อย่าลืมว่าเราเป็นมนุษย์ค่ะ มีสิ่งที่ธรรมชาติมอบให้เป็นพิเศษไว้ช่วยกลั่นกรองคลื่นความคิดให้เราสรุปมัน ประมวลมันอย่างเหมาะสม… สติสัมปชัญญะ เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก